วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
6.สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออฟไลน์
สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออฟไลน์
ธรรมชาติของสื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออฟไลน์
แบบไม่ใช้สายหรือไม่มีการติดต่อกันทางสาย ซึ่งหมายถึง การนำแผ่นดิสก์หรือแผ่นซีดีรอมที่บันทึกข้อมูล มาเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง เพียงเครื่องเดียว (เรียกกันว่าแบบแสตนด์อะโลน (stand alone) แผ่นซีดีรอมใช้อยู่ที่คอมพิวเตอร์เครื่องใด ภาพและเสียงก็จะแสดงผลอยู่ที่เฉพาะเครื่องนั้น
ข้อดีของสื่อออฟไลน์
สามารถใช้ได้ทุกที่ ๆ มีคอมพิวเตอร์ ไม่จำเป็นต้องต่อกับระบบ network เพราะภายในตัวสื่อนี้มีความพร้อมอยู่แล้ว เกิดการจูงใจทำให้มีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ด้วยตนเองได้ง่าย ใช้เวลาในการเรียนรู้ไม่มากนักเนื่องจากการใช้งานของโปรแกรมไม่ซับซ้อน
ข้อเสียของสื่อออฟไลน์
1. เป็นสื่อที่มีข้อมูลค่อนข้างเก่าง่าย และ ยากต่อการปรับปรุง
2. ไม่สามารถแก้ไข้ข้อมูลได้ตลอดเวลา
หลักการใช้สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออฟไลน์
การเรียนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียน การให้ผู้เรียนอ่านเนื้อหาไปทีละหน้าจอๆ นั้นไม่ใช่การสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีประสิทธิภาพนักสำหรับคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ผู้สร้างควรที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมมากมายหลายรูปแบบเพื่อให้ผู้ใช้เกิดแรงจูงใจในการเรียนมากขึ้น ตัวอย่างเช่น แทนที่จะนำเนื้อหาเกี่ยวกับองค์ประกอบต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ไปทีละหน้าจอๆ ผู้สร้างสามารถที่จะออกแบบให้ผู้เรียนคลิกที่ภาพนั้นก็จะนำไปสู่ภาพขององค์ประกอบคอมพิวเตอร์อีกครั้งหนึ่ง นอกจากนั้นผู้สร้างอาจที่จะใช้เสียงบรรยายเนื้อหาได้ด้วย การนำเสนอเนื้อหาในลักษณะนี้ นอกจากจะบังคับให้ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนแล้วยังทำให้ผู้ใช้บทเรียนมองเห็นภาพความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นการสร้างแรงจูงใจในการเรียนเนื่องจากการที่ผู้ใช้เกิดความอยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากการคลิกลงบนภาพ
5.สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออนไลน์
สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออนไลน์
ธรรมชาติของสื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออนไลน์
ใช้สายนำสัญญาณและใช้ซอฟแวร์จัดการให้ข้อมูลในเครื่องหนึ่งไปแสดงผลบนเครื่องอื่นได้ สื่อมัลติมีเดียก็ได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ และถูกนำไปใช้ในประโยชน์ใน ระบบเครือข่ายเล็กๆ (LAN) นั่นคือเริ่มใช้เป็นสื่อแบบออนไลน์ (online) อาศัยสายสัญญาณที่เชื่อมโยงติดต่อกันนั้นนำข้อมูลมัลติมีเดียจาก เครื่องแม่ข่าย (server) กระจายไปแสดงผลที่ทุก เครื่องที่เป็น ลูกข่าย (clients) ใน เครือข่าย (network)
ข้อดีของสื่อออนไลน์
1. สามารถถ่ายทอดและเผยแพร่สื่อโดยไร้พรมแดน
2. สามารถปรับปรุงข้อมูลได้ตลอด
3. มีการปฏิสัมพันธ์ในการเรียนรู้
4. ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเอง
5. สามารถเลือกเรียนได้ตามศักยภาพของตนเอง
6.สร้างความรับผิดชอบ ความมั่นใจในตนเอง
ข้อเสียของสื่อออนไลน์
1. ผู้เรียนต้องมีเครื่องคอมพิวเตอร์
2. ต้องมีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์พื้นฐาน
3.บางครั้งอาจมีปัญหาทางด้านเทคนิคเวลาใช้งาน
4.ค่าใช้จ่ายในการใช้งานอินเตอร์เน็ต
5.ต้นทุนในการพัฒนาแบบเรียนสูง
6.ผู้มีความรู้ในการผลิตและออกแบบสื่อให้มีคุณภาพหาได้ยาก
หลักการใช้สื่อประเภทคอมพิวเตอร์ออนไลน์
การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บเป็นการนำความสามารถในรูปแบบต่างๆ ของเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมาใช้ในการเรียนการสอนเนื่องจากว่าการเรียนในลักษณะ นี้ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตนเองได้ตามความต้องการในการเรียนการสอน
4.สื่อประเภทกิจกรรม
สื่อกิจกรรม
ธรรมชาติของสื่อกิจกรรม
สื่อกิจกรรม และกระบวนการ หมายถึง กิจกรรมหรือกระบวนการที่ครูหรือผู้เรียนกำหนดขึ้นเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ ใช้ในการฝึกทักษะซึ่งต้องใช้กระบวนการคิด การปฏิบัติ การเผชิญสถานการณ์ และการประยุกต์ความรู้ของผู้เรียน เช่น การแสดงละครบทบาทสมมติ การสาธิต สถานการณ์จำลอง การจัดนิทรรศการ การไปทัศนศึกษานอกสถานที่ การทำโครงงาน เกม เพลง การปฏิบัติตามใบงาน ฯลฯ (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
ข้อดีของสื่อประเภทกิจกรรม
1. มีคุณค่าต่อสาธารณชนสูง
2. สามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทางการสอนได้มากเช่นในบ้าน ในท้องที่สาธารณะต่าง ๆ
3. สามารถใช้สอนทักษะได้ดี
4. กระตุ้นและเร่งเร้าให้มีการกระทำ เนื่องจากการได้เห็น การได้ยิน การอภิปรายและการกระทำ
5. เปิดโอกาสให้มีการพัฒนาผู้นำขึ้น
6. เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ถึงปัญหาต่าง ๆ หรือเรียนรู้ว่าประชาชนในกลุ่มผู้ดูมีความคิดและความรู้สึก
ข้อเสียของสื่อประเภทกิจกรรม
1. จำเป็นต้องเตรียมการเบื้องต้นและฝึกปฏิบัติอย่างระมัดระวัง
2. จำเป็นต้องอาศัยทักษะความชำนาญในเรื่องที่สาธิตและวิธีการ
3. ถ้าหากมีผู้ชมจำนวนมากอาจมีอุปสรรค ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน
หลักการใช้สื่อประเภทกิจกรรม
กิจกรรมใช้ประกอบควบคู่ไปกับสื่อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ อาศัยจิตวิทยาการเรียนรู้ ศิลปะการถ่ายทอด และเทคโนโลยีมาผสมผสานให้เข้ากันเป็นอย่างดี ลักษณะของกิจกรรมต้องอาศัยกระบวนการต่างๆ อย่างละเอียด อาศัยการแสดงออกของผู้เรียน เช่น เกม การทดลอง งานกลุ่มที่ต้องทำร่วมกันเป็นหมู่คณะ การสาธิต การจำลองสถานการณ์ เหตุการณ์ เป็นต้น (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
3.สื่อประเภทเสียง
สื่อประเภทเสียง
ธรรมชาติของสื่อประเภทเสียง
สื่อที่มีเฉพาะเสียง บรรจุเสียงพูด ดนตรีประกอบ และเสียงเอฟเฟ็กต์ต่างๆ รวมอยู่ในตลับที่เรียกว่าเทปคาสเซ็ท โดยต้องอาศัยเครื่องเล่นเทปมาเปิดฟัง สามารถนำมาใช้กับบัตรคำ แผนภูมิ ชาร์ต ภาพชุด มีการอธิบายขั้นตอนการสาธิต การทำงาน การบรรยาย การปราศรัย เพื่อให้ผู้เรียนได้ฟังเพิ่มพูนความรู้ ในปัจจุบันมีรายการวิทยุกระจายเสียงที่กระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆ (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
ข้อดีของสื่อประเภทเสียง
1. สามารถใช้กับกลุ่มเป้าหมายเป็นมวลชนจำนวนมากได้
2. ระยะกระจายเสียงกว้างและถ่ายทอดไปได้ในระยะไกล
3. ดึงดูดความสนใจของผู้ฟังและช่วยกระจายข้อมูลได้ในเวลาอันรวดเร็วมาก
4. สามารถใช้ได้โดยไม่จำกัดขนาดของกลุ่ม
5. เหมาะสำหรับการเรียนรู้กับทุกกลุ่ม
ข้อเสียของสื่อประเภทเสียง
1.การบันทึกเสียงคุณภาพสูงต้องใช้ห้องและอุปกรณ์เฉพาะ
2.บันทึกได้ง่ายและรวดเร็ว
หลักการใช้สื่อประเภทเสียง
โดยส่วนมากเสียงที่ใช้จะเป็นการสื่อสารระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต ให้รู้ถึงความหมายที่จะสื่อถึงกัน แต่มนุษย์ได้พัฒนาสื่อเสียงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดนการใช้อุปกรณ์ทางเล็กทรอนิคต่างๆมาช่วย
2.สื่อประเภทสื่อฉาย
สื่อประเภทฉาย
ธรรมชาติของสื่อประเภทฉาย
เป็นสื่อที่ช่วยกระตุ้นผู้เรียนให้ลงมือปฏิบัติโดยตรง เก็บประสบการณ์ และสามารถใช้วัสดุ อุปกรณ์ ในการทำงานตามคำสั่งของผู้สอนที่กำหนด หรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ผู้เรียนอยากแสดงออกมาก็ได้ ผู้เรียนเรียนรู้ได้ง่ายเพราะเป็นของจริงที่สามารถจับและสัมผัสได้ สื่ออีกอย่างหนึ่งคือสื่อวัสดุที่ต้องอาศัยอุปกรณ์เป็นส่วนสำคัญในการแสดงเนื้อหาให้ปรากฏชัดเจนเข้าใจโดยรวม (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
ข้อดีของสื่อประเภทฉาย
1.แสดงภาพตามความเป็นจริง ทำให้จำได้ง่าย
2.สัมผัสได้ด้วยประสารทสัมผัสทั้ง 5 จึงเกิดการรับรู้ได้ดี
3. อยู่ในลักษณะ 3 มิติ
4. สามารถจับต้องและพิจารณารายละเอียดได้
5. เหมาะสำหรับการแสดงสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า (เช่น การแสดงอวัยวะ ภายในของมนุษย์ สัตว์)
ข้อเสียของสื่อประเภทฉาย
1. การจัดหาลำบาก
2. บางครั้งราคาสูงเกินไป
3. ต้องอาศัยความชำนาญในการผลิต
4. ไม่เหมือนของจริงทุกประการ บางครั้งเกิดความเข้าใจผิด
หลักการใช้สื่อประเภทฉาย
ใช้ได้กับจำนวนผู้เรียนน้อยๆ จนถึงจำนวนมาก โดยบรรจุสาระเนื้อหาตามหลักสูตรที่กำหนด ผู้เรียนสามารถยืมไปเรียนเองที่บ้านได้โดยไม่จำกัดเวลา สถานที่ จำนวนครั้งที่เรียน สื่อที่ใช้กันในปัจจุบันแต่มองข้ามความสำคัญเป็นอย่างยิ่งคือโทรทัศน์ นิยมชมกันมาก แต่ไม่ค่อยนิยมนำมาเป็นสื่อการเรียนการสอน เพราะในปัจจุบันนี้มีรายการดีๆ ที่มีคุณภาพมากมายหลายรายการแต่ครูก็มองข้ามไป หากมีโอกาสควรทำการบันทึกไว้ เช่น รายการสารคดี รายการสัมภาษณ์ (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
1.สื่อสิ่งพิมพ์
ธรรมชาติของสื่อสิ่งพิมพ์
สื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือและเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ซึ่งได้แสดงหรือจำแนกหรือเรียบเรียงสาระความรู้ต่างๆ โดยใช้หนังสือที่เป็นตัวเขียน หรือตัวพิมพ์เป็นสื่อเพื่อแสดงความหมายสื่อสิ่งพิมพ์มีหลายประเภท เช่น เอกสาร หนังสือ ตำรา หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร จุลสาร จดหมาย จดหมายเหตุ บันทึก รายงาน วิทยานิพนธ์ (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
ข้อดีของสื่อสิ่งพิมพ์
1.กระบวนการในการผลิตวัสดุสิ่งพิมพ์สามารถทำได้หลายแบบ เปิดโอกาสให้เลือกวิธีผลิตที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ
2.สามารถจัดพิมพ์ได้หลายรูปแบบ ตามวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้ เช่น ใบปลิว จดหมายเวียน และเอกสารเผยแพร่
3. สามารถใช้วัสดุสิ่งพิมพ์ได้หลายๆ ทาง อาจใช้เป็นสื่อให้การศึกษาด้วยตัวของมันเองหรือใช้สนับสนุนสื่ออื่นๆ ก็ได้
4.สิ่งพิมพ์สามารถผลิตเพื่อใช้ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้านได้
5.การผลิตสิ่งพิมพ์สามารถปรับให้เหมาะสมกับกระบวนการใช้และผลลัพธ์ที่ต้องการตามสภาพของเครื่องอำนวยความสะดวกที่มีอยู่
ข้อเสียของสื่อสิ่งพิมพ์
1.วัสดุสิ่งพิมพ์มีความบอบบางและฉีกขาดง่าย
2.เก็บรักษายากเนื่องจากมีลักษณะ รูปทรง และขนาดแตกต่างกันมาก
3.การเก็บรักษาในระยะยาวสำหรับสิ่งพิมพ์จำนวนมากๆ ยากที่จะป้องกันให้พ้นจากความเปียกชื้น ความร้อน และฝุ่นละออง
4.การพิมพ์ในระบบที่มีคุณภาพต้องใช้การลงทุนสูงมาก โดยเฉพาะการพิมพ์ในระบบสี่สี
หลักการใช้สื่อสิ่งพิมพ์
ตำรา หนังสือเอกสารประกอบการเรียนการสอนแต่ละวิชา ส่วนใหญ่จะบรรจุคำบรรยายการสอน จุดประสงค์การเรียนรู้หรือจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม คำขี้แจง คำแนะนำ เนื้อหา พร้อมด้วยแบบฝึกหัด ข้อทดสอบต่างๆ ไว้ ลักษณะเป็นรูปเล่มขนาดก็ต่างกันออกไปแล้วแต่การออกแบบ นอกจากนี้ยังมีวารสาร นิตยสาร ที่สามารถนำเอาบทความ เรียงความ สารคดีดีๆ ที่มีเกร็ดความรู้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่สอนมาประกอบการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้เช่นกัน หรือจะเป็นภาพประกอบตัดลงมาแปะลงบนกระดาษแข็งใช้ ยกตัวอย่างประกอบได้ดี เช่น ภาพดอกไม้ สัตว์ วิวทิวทัศน์ คน และวัสดุหรือวัตถุต่างๆ เป็นแผนภูมิ แผนภาพ กราฟ ที่แสดงสถิติข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง แผนผังการเดินทาง แผนที่ เป็นต้น ภาพที่นำมาใช้ส่วนใหญ่จะไม่มีตำราเรียน (วรวิทย์ นิเทศศิลป์.สื่อและนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้.ปทุมธานี:สกายบุ๊กส์,2551)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






